ผู้สมัครใหม่

ผู้สมัครใหม่

 

คุณสมบัติผู้สมัคร

    1.    เป็นผู้ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยที่มหากษัตริย์เป็นประมุข
    2.    เป็น ผู้สำเร็จการศึกษาหรือกำลังศึกษา และกำลังรอผลการสอบประโยคมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเกรด 12 หรือประกาศนียบัตรอื่นๆ ที่กระทรวงศึกษาธิการเทียบเท่า
    3.    เป็นผู้ที่ไม่มีโรคติดต่อร้ายแรง โรคที่สังคมรังเกียจ หรือโรคสำคัญที่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา
    4.    เป็นผู้ที่มีผู้รับรองว่าจะอุดหนุนค่าเล่าเรียน ค่าบำรุง ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายต่างๆ เกี่ยวกับการศึกษา
    5.    เป็น ผู้มีความประพฤติเรียบร้อย และรับรองต่อมหาวิทยาลัยได้ว่าจะตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเต็มความสามารถ และจะปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของมหาวิทยาลัยที่มีอยู่แล้ว หรือที่จะมีต่อไป โดยเคร่งครัดทุกประการ หากปรากฏในภายหลังว่าผู้สมัครเข้าศึกษาขาดคุณสมบัติทั่วไปตามข้อ 1 ถึงข้อ 5 ข้อใดข้อหนึ่ง จะถูกถอนสภาพจากการเป็นนักศึกษาทันที แม้มหาวิทยาลัยจะรับเข้าศึกษาแล้วก็ตาม

หลักฐานการสมัคร

    •    หลักฐานการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
สำหรับ ผู้ที่กำลังศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายให้ใช้สำเนาใบ ปพ. ๑ -๔ 5 ภาคการศึกษา ผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายแล้ว ให้ใช้สำเนาใบ ปพ. ๑ -๔ 6 ภาคการศึกษาหรือ ใบเทียบความรู้ (กรณีที่สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ)
    •    รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด 3 x 4 ซ.ม. จำนวน 2 รูป (4  รูป สำหรับผู้สมัครที่เลือกคณะ/สาขาวิชาที่มีการสอบวิชาเฉพาะ)
    •    สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 1 ฉบับ
    •    สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 1 ฉบับ
    •    หลักฐานอื่นๆ ถ้ามี เช่น หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-ชื่อสกุล จำนวน 1 ฉบับ

วิธีการสมัคร

การสมัครด้วยตนเอง

  1. ชำระ ค่าสมัครเข้าศึกษา จำนวน 500 บาท (กรณีที่ยังไม่ได้ชำระค่าสมัครเข้าศึกษา) ผู้สมัครจะได้รับชุดระเบียบการสมัครเข้าศึกษาพร้อมใบสมัครจำนวน 1 ชุด
  2. 
กรอก ข้อความในใบสมัครเข้าศึกษาให้ครบถ้วน ระบุรหัสคณะ/สาขาวิชา ลงลายมือชื่อ และวันที่สมัคร พร้อมติดรูปถ่ายขนาด 3X4 ซ.ม. ในใบสมัคร จำนวน 1 รูป
  3. 
ยื่นใบสมัคร และหลักฐานในการสมัครที่ศูนย์รับสมัครของ มหาวิทยาลัยทั้ง 3 วิทยาเขต


การสมัคร Online

  1. กรอกใบสมัคร(กรอกเลขประจำตัวประชาชน หรือเลขที่หนังสือเดินทาง,กรอกข้อมูลผู้สมัคร
  2. นำ"เลขที่สมัคร"มาติดต่อด้วยตนเองที่ศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัย ทางมหาวิทยาลัยพร้อมพิมพ์ใบสมัคร Online
  3. ผู้สมัครชำระค่าสมัครเข้าศึกษาจำนวน 500 บาท ที่ศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัย
  4. ยื่นหลักฐานในการสมัคร ที่ศูนย์รับสมัครของมหาวิทยาลัย


การซื้อใบสมัครทางไปรษณีย์
>> ส่งธนาณัติเป็นจำนวนเงิน 550 บาท สำหรับค่าสมัครเข้าศึกษา สั่งจ่ายในนาม
ศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ปณ. มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ 10245
 มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ซอยรามคำแหง 24 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก 
เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240 
พร้อมแนบที่อยู่ที่ชัดเจน เพื่อที่ทางมหาวิทยาลัยจะจัดส่งชุดระเบียบการการสมัครเข้าศึกษาให้กับท่านทางไปรษณีย์

>> เมื่อท่านได้รับชุดระเบียบการการสมัครเข้าศึกษาแล้ว ให้ท่านกรอกข้อความในใบสมัครเข้าศึกษาให้ครบถ้วน  ระบุรหัสคณะ/สาขาวิชา ลงลายมือชื่อ และวันที่ที่สมัคร พร้อมติดรูปถ่ายขนาด 3X4ซ.ม. ในใบสมัคร จำนวน 1 รูป

>> ยื่นใบสมัคร และหลักฐานในการสมัครที่ศูนย์รับสมัครของมหาวิทยาลัยทั้ง 3 วิทยาเขต

เกณฑ์การเข้าศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

    1.    ได้คะแนนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป หรือ
    2.    ได้สอบผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยของรัฐแล้ว หรือ
    3.    ได้ คะแนน TOEFL ตั้งแต่ 173 (CBT) คะแนนขึ้นไป หรือ 70 (iBT)  หรือ 500 (pBT) คะแนนขึ้นไป หรือ ได้คะแนน IELTS ตั้งแต่ระดับ 5.0 ขึ้นไป หรือ SAT 1 (Critical Reading and Writing) รวม 600 คะแนนขึ้นไป
    4.    ได้ คะแนนเฉลี่ยสะสม และคะแนนเฉลี่ยของกลุ่มสาระที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญกำหนด รวมคิดคำนวณได้คะแนนตามเกณฑ์ผ่านมากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 60 ของกลุ่มวิชาต่าง ๆ ในระบบการรับเข้าศึกษาของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

เกณฑ์การคัดเลือกเข้าศึกษาของคณะพยาบาลศาสตร์

  1. ผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาต้องผ่านการเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายสายวิทยาศาสตร์เท่านั้น (สายวิทย์-คณิต)
  2. ส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 150 เซนติเมตร
  3. น้ำหนักไม่น้อยกว่า 40 กิโลกรัม
  4. มีสุขภาพแข็งแรง
  5. มีความประพฤติดี ไม่มีประวัติเรื่องคดีความต่างๆ
  6. ผ่านการ X-ray ปอดโดยแพทย์ ณ โรงพยาบาล และ
  7. ตรวจเลือดหาไวรัสตับอักเสบบีและภูมิคุ้มกัน (HBsAg & AntiHBs)



เกณฑ์การรับเข้าศึกษาของคณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิชานิเทศศิลป์
    1.    ผู้ สมัครต้องผ่านการสอบวิชาเฉพาะทางนิเทศศิลป์ 2 วิชา คือ การวาดภาพลายเส้น (150คะแนน) และการออกแบบ (150 คะแนน)โดยคะแนนผ่านเกณฑ์ตั้งแต่ 150 คะแนนขึ้นไป
    2.    ผู้สมัครที่โอนย้ายจากสถาบันหรือมหาวิทยาลัยอื่นจะต้อง ส่งผลงานทางนิเทศ ศิลป์ต่อภาควิชานิเทศศิลป์ เพื่อพิจารณาโอนย้ายภายในระยะเวลาของการรับสมัคร
    3.    ผลการประเมินการทดสอบความถนัดทางนิเทศศิลป์ และผลการโอนย้ายจะถือผลการประเมินการสอบสัมภาษณ์ผ่านเป็นที่สิ้นสุด

เกณฑ์การรับเข้าศึกษาของคณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ
    1.    ได้คะแนนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป หรือ
    2.    ได้ คะแนนเฉลี่ยสะสมของกลุ่มสาระคณิตศาสตร์ตั้งแต่ 2.85 ขึ้นไป (สำหรับผู้สมัครที่ไม่มีคะแนนเฉลี่ยสะสมของกลุ่มสาระคณิตศาสตร์ต้องได้คะแนน การทดสอบวิชาคณิตศาสตร์ของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญตั้งแต่ 40 คะแนนขึ้นไป) และได้คะแนนการทดสอบวิชาภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญตั้งแต่ 40 คะแนนขึ้นไป หรือ
    3.    ได้คะแนน TOEFL ตั้งแต่ 173 (cBT) หรือ 70 (iBT) หรือ 500 (pBT) คะแนนขึ้นไป หรือ ได้คะแนน IELTS ตั้งแต่ระดับ 5.0 ขึ้นไป และได้คะแนน   
SAT1 (Mathematics)  ตั้งแต่ 500 คะแนนขึ้นไป หรือ SAT1 (Critical Reading and Writing) รวม 600 คะแนนขึ้นไป หรือ ได้คะแนนการทดสอบ
วิชาคณิตศาสตร์ของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญตั้งแต่ 40 คะแนนขึ้นไป

เกณฑ์การคัดเลือกเข้าศึกษาของคณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาภาษาจีนเพื่อเศรษฐกิจและการค้า 1.  ผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาต้องผ่านการเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  และมีผลการเรียนเฉลี่ยกลุ่มสาระภาษาจีน 5 ภาคการศึกษาเฉลี่ยตั้งแต่ 
3.00   ขึ้นไป หรือ
2.  ผ่านการทดสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีนที่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ HSK ระดับ 3 (ระบบใหม่) หรือ ระดับ 4 (ระบบเก่า) 
3.  ผู้ที่ผ่านการรับเข้าศึกษาเรียบร้อยแล้ว  จะต้องเรียนที่มหาวิทยาลัยอัสัมชัญ 3 ปี  และเรียนที่มหาวิทยาลัยภาษาและวัฒนธรรมปักกิ่ง 
(BLCU ที่ปักกิ่ง) 1 ปี ค่าใช้จ่าย 1 ปี ที่ปักกิ่งเป็นค่าเล่าเรียนประมาณ 120,000 บาทต่อปี  ค่าที่พักในมหาวิทยาลัย ประมาณ 8,000 – 
12,000 บาทต่อเดือน
4.  นักศึกษาสัญชาติจีนจะได้รับแต่ปริญญาของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
5.  สำหรับนักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษาของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ในช่วง 1 ปี ที่ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยภาษาและวัฒนธรรมปักกิ่ง 
จะต้องจ่ายค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ เอง


หมายเหตุ :
    1.    ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้าศึกษา แต่ขาดคุณสมบัติดังกล่าว ต้องผ่านการสัมภาษณ์ หรือ การทดสอบที่ีมหาวิทยาลัยกำหนด
    2.    สำหรับ ผู้ที่มีประสงค์จะสมัครเข้าศึกษาในคณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิชานิเทศศิลป์ และคณะบริหารธุรกิจ หลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต แต่ขาดคุณสมบัติดังกล่าว ต้องสมัครเข้าศึกษาในคณะอื่นๆ ที่มีความสนใจรองลงมา
    3.    ผู้สมัครเข้า ศึกษาที่อยู่ในเกณฑ์การรับเข้าศึกษาของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ทางมหาวิทยาลัยจะมีการจัดสอบ เพื่อวัดระดับความรู้พื้นฐานทางภาษาอังกฤษในวันที่สมัครเข้าศึกษา

เกณฑ์การเรียนหลักสูตรแบบเข้ม

ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษา จะต้องเรียนหลักสูตรแบบเข้ม เพื่อเตรียมความพร้อม ก่อนการเรียนขั้นสูงต่อไป ทั้งยังเป็นการเพิ่มทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาอังกฤษ รวมถึงการปูพื้นฐาน และทบทวนความรู้ความเข้าใจด้านคณิตศาสตร์ และวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับคณะ/สาขาวิชาที่ผู้เรียนสมัครเข้าศึกษา เมื่อจบหลักสูตรแบบเข้ม จะมีการทดสอบเพื่อวัดความรู้พื้นฐาน และนำผล ที่ได้ไปจัดวิชาเรียน ในภาคการศึกษาแรกต่อไป การจัดตั้งหลักสูตรแบบเข้ม จะพิจารณาจาก ความรู้พื้นฐาน ของผู้สมัคร ดังนี้

  1. หลักสูตรแบบเข้มวิชาภาษาอังกฤษ แบ่งเป็น 2 ระดับ คือ หลักสูตร 60 ชั่วโมง และหลักสูตร 120 ชั่วโมง แต่ละระดับหลักสูตร ขึ้นกับพื้นความรู้ ความสามารถ และทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษของผู้สมัคร โดยจะพิจารณา จากระดับ คะแนนเฉลี่ยสะสม กลุ่มสาระ การเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) และผลการประเมิน การทดสอบ วัดระดับความรู้พื้นฐาน ทางภาษาอังกฤษ (English Placement Test) ที่มหาวิทยาลัยจัดขึ้นประกอบกัน
  2. หลักสูตรแบบเข้มวิชาคณิตศาสตร์ แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ หลักสูตร 15 ชั่วโมง หลักสูตร 30 ชั่วโมง และหลักสูตร 60 ชั่วโมง แต่ละระดับหลักสูตรขึ้นกับพื้นความรู้ ความเข้าใจทางคณิตศาสตร์ของผู้สมัคร โดยจะพิจารณาตามระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมกลุ่มการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์
  3. หลักสูตรเตรียมความพร้อมวิชาอื่น ๆ ผู้สมัครจะต้องเข้าศึกษาตามรายวิชาที่มหาวิทยาลัยกำหนด ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับคณะ / สาขาวิชาที่ผู้สมัครมีความประสงค์จะเข้าศึกษา

หมายเหตุ

  1. ผู้สมัครที่มีคะแนน TOEFL ตั้งแต่ 173 (CBT) คะแนน หรือ 70 (iBT) หรือ 500 (pBT) คะแนนขึ้นไป หรือ ผลคะแนน IELTS ตั้งแต่ 5.0 ขึ้นไปจะได้รับการยกเว้น การเรียนหลักสูตรแบบเข้ม วิชาภาษาอังกฤษ โดยจะต้องแสดงต้นฉบับ และสำเนาใบคะแนน ต่อเจ้าหน้าที่ในวันยื่นใบสมัคร
  2. ผู้สมัครที่มีผลคะแนน SAT 1 เฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ตั้งแต่ 500 คะแนนขึ้นไป จะต้องเรียน หลักสูตรแบบเข้ม วิชาคณิตศาสตร์เพียง 15 ชั่วโมง โดยจะต้องแสดงต้นฉบับ และสำเนาใบคะแนน ต่อเจ้าหน้าที่ ในวันยื่นใบสมัคร
  3. ผู้สมัครที่มีผลคะแนน SAT 1 เฉพาะวิชาภาษาอังกฤษ (Critical Reading และ Writing) รวมกัน 600 คะแนนขึ้นไปสามารถเริ่มเรียน English1 ตอนเปิดเทอมได้

end faq

ผู้สมัครเทียบโอน

เรื่อง หลักเกณฑ์การเทียบวิชาและโอนหน่วยกิต
ระดับปริญญาตรี และระดับบัณฑิตศึกษา

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ขอเทียบโอนผลการเรียน
    • เป็นหรือเคยเป็นนักศึกษาในสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาหรือเทียบเท่าทั้งในและต่างประเทศ ในหลักสูตรที่ทบวงมหาวิทยาลัย หรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมายรับรอง
    • ไม่เป็นผู้พ้นสภาพการเป็นนักศึกษา ในคณะและสาขาวิชาของสถาบันการศึกษาเดิม เนื่องจากผลการการศึกษาเฉลี่ยตลอดการศึกษาต่ำกว่า 2.00

 

หลักเกณฑ์การเทียบวิชาเรียนและโอนหน่วยกิต
ระดับปริญญาตรี
  • เป็นรายวิชาในหลักสูตรระดับอุดมศึกษาที่ทบวงมหาวิทยาลัย หรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมายรับรอง
  • เป็นรายวิชาที่มีเนื้อหาสาระครอบคลุมไม่น้อยกว่าสามในสี่ของรายวิชาที่ขอเทียบ
  • เป็นรายวิชาที่สอบไล่ได้ระดับคะแนนตัวอักษรไม่ต่ำกว่า “C” หรือแต้มระดับคะแนน 2.00 หรือเทียบเท่า
  • สามารถเทียบวิชาเรียนและโอนหน่วยกิตได้ไม่เกิน ½ ของจำนวนหน่วยกิตรวมของ หลักสูตรที่รับโอน หรือไม่เกิน 72 หน่วยกิต
  • รายวิชาที่เทียบโอนจากต่างสถาบันอุดมศึกษา หรือรายวิชาที่เทียบโอนจากโครงการ นักศึกษาแลกเปลี่ยนต่างประเทศ ให้แสดงผลการศึกษาของรายวิชาที่เทียบโอนได้เป็นระดับคะแนนตัวอักษร “TR” โดยแยกรายวิชารับโอนไว้ส่วนหนึ่งต่างหาก และไม่นำมาคำนวณแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม

ระดับบัณฑิตศึกษา

  • เป็นรายวิชาในหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา หรือเทียบเท่าที่ทบวงมหาวิทยาลัย หรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมายรับรอง
  • เป็นรายวิชาที่มีเนื้อหาสาระครอบคลุมไม่น้อยกว่าสามในสี่ของรายวิชาที่ขอเทียบ
  • เป็นรายวิชาที่สอบไล่ได้ระดับคะแนนตัวอักษรไม่ต่ำกว่า “B” หรือแต้มระดับคะแนน 3.00 หรือเทียบเท่า
  • สามารถเทียบวิชาเรียนและโอนหน่วยกิตได้ไม่เกิน 1/3 ของจำนวนหน่วยกิตรวมของ หลักสูตรที่รับโอน
  • รายวิชาที่เทียบโอนจากต่างสถาบันอุดมศึกษา หรือรายวิชาที่เทียบโอนจากโครงการ นักศึกษาแลกเปลี่ยนต่างประเทศ ให้แสดงผลการศึกษาของรายวิชาที่เทียบโอนได้เป็นระดับคะแนนตัวอักษร “TR” โดยแยกรายวิชารับโอนไว้ส่วนหนึ่งต่างหาก และไม่นำมาคำนวณแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม

ผู้สมัครโครงการแลกเปลี่ยน

ผู้สมัครโครงการแลกเปลี่ยน

 

มีโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาในสถาบันชั้นนำต่างๆ ทั่วโลกมากมาย

ดูข้อมูลเพิ่มเติม  www.oia.au.edu

 

Loading...
Loading...